เข้าคลินิกทั้งทีทำให้คุ้มๆ หลายคนมักมีความเชื่อว่า “ยิ่งเจ็บยิ่งดี” หรือ “ยิ่งปรับพลังงานแรงเท่าไหร่ ยิ่งคุ้มค่าและเห็นผลไวขึ้นเท่านั้น” ในฐานะหมอที่ทำหัตถการเองทุกเคส ผมมักเจอคำขอจากคนไข้บ่อยๆ ว่า “คุณหมอขอแรงๆ เลยนะ” หรือ “ขอปรับพลังงานสูงสุดเลยได้ไหม” ซึ่งความเข้าใจนี้อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ ได้ไม่คุ้มเสีย ครับ
ความแรงไม่ใช่คำตอบของผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป
ความเชื่อที่ว่าการใช้พลังงาน (Energy) สูงๆ หรือการยิงเลเซอร์จำนวนช็อตเยอะๆ จะช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เป็นสิ่งที่น่ากังวลครับ เพราะผิวหนังของคนเรามีขีดจำกัดในการรับความร้อนและความแรงที่แตกต่างกัน พลังงานที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รักษายากกว่าเดิม เช่น ผิวไหม้ (Burn) รอยดำหลังการทำเลเซอร์ หรือในบางรายอาจเกิดปัญหาเม็ดสีผิดปกติจนกลายเป็นรอยขาวถาวร
การทำหัตถการที่พอดีและเหมาะสมกับสภาพผิวในขณะนั้น จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูดีและมีคุณภาพมากกว่าการโหมใช้พลังงานที่รุนแรงจนผิวรับไม่ไหวครับ
เพราะผิวแต่ละคนมี “ความพอดี” ไม่เท่ากัน
หัวใจสำคัญของการดูแลผิวที่ หมออานนท์คลินิก เชียงใหม่ คือการประเมินรายบุคคลครับ ผิวของแต่ละคนมีความหนา-บาง รวมถึงปัญหาที่สะสมมาไม่เหมือนกัน
- สภาพผิวเดิม: ผิวที่ไวต่อแสงหรือผิวแห้งกร้าน อาจรับพลังงานได้น้อยกว่าผิวปกติ
- ความเข้มของสีผิว: คนที่มีสีผิวเข้มมีโอกาสสะสมความร้อนได้มากกว่า ซึ่งต้องระมัดระวังในการปรับค่าพลังงานเป็นพิเศษ
- ปัญหาที่ต้องการดูแล: การดูแลรอยแดง รอยดำ หรือการกระชับผิว ต่างก็ใช้ค่าพลังงานและระดับความลึกที่จำเพาะเจาะจง
หมอจะเป็นคนวิเคราะห์และปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับ “จุดสมดุล” ของคนไข้ในแต่ละครั้ง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พึงพอใจโดยไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิวของคนไข้ครับ

ความปลอดภัย คือ รากฐานของความสวย
หน้าที่สำคัญที่สุดของหมอไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ปัญหาผิวลดลง แต่คือการดูแลความปลอดภัย (Safety) ตลอดกระบวนการครับ เลเซอร์เปรียบเสมือนดาบสองคม หากใช้อย่างถูกวิธีโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ย่อมให้ผลดี แต่หากใช้โดยขาดความเข้าใจในโครงสร้างผิวและการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็นอันตรายได้
การรักษาที่ถูกต้องควรเริ่มจากการมองเห็นผลลัพธ์ในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่ความพึงพอใจชั่วคราวจากการเห็นผิวแดงหรือตกสะเก็ดหนาๆ ซึ่งอาจไม่ใช่คำตอบของการมีสุขภาพผิวที่ดีเสมอไป
รู้จักข้อจำกัดของเครื่องมือและวิธีการรักษา
อีกหนึ่งประเด็นที่คนไข้ควรรู้คือ เครื่องมือแต่ละชนิดมีหน้าที่และข้อจำกัดที่ชัดเจนครับ ตัวอย่างเช่นเทคโนโลยี Sylfirm X Plus ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ดูแลเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นได้อย่างดี แต่เครื่องมือชนิดนี้มีข้อจำกัดคือ ไม่สามารถดูแลผิวที่เป็นแผลเป็นนูน (Hypertrophic scar) ได้
หากคนไข้พยายามรบเร้าให้ใช้เครื่องมือที่ไม่ตรงกับรอยโรค หรือขอให้ปรับพลังงานสูงเกินหน้าที่ของมัน นอกจากจะไม่เห็นผลตามที่คาดหวังแล้ว ยังเป็นการเสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วยครับ

คำแนะนำจากหมอ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมในการทำหัตถการ
แทนที่จะตั้งเป้าไปที่ความแรงหรือจำนวนช็อต แนะนำให้คนไข้ทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
- แจ้งความต้องการให้ชัดเจน: บอกหมอว่ากังวลจุดไหน หรือต้องการผลลัพธ์แบบใด
- ให้ข้อมูลตามจริง: เคยทำเลเซอร์อะไรมาบ้าง มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาอะไรไหม เพื่อให้หมอประเมินระดับพลังงานที่ปลอดภัย หรือ ประเมินวิธีการรักษาที่ดีและเหมาะกับคนไข้
- เชื่อมั่นในการประเมินของแพทย์: ให้หมอเป็นผู้กำหนดค่าพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิว ณ วันที่เข้ารับบริการ เนื่องจากสภาพผิวในแต่ละวันอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยสภาพแวดล้อม
- ดูแลผิวหลังทำอย่างเคร่งครัด: การเลี่ยงแดดและการบำรุงผิวตามคำแนะนำของแพทย์
หากคุณกำลังมองหาคลินิกดูแลผิวที่เน้นความเข้าใจ ให้คำตอบให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพผิว แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง สามารถนัดหมายเข้ามาพูดคุยและประเมินผิวกับหมอได้โดยตรงครับ
นัดหมายล่วงหน้า กับ หมออานนท์ คลินิก (Anon Clinic)
ที่ตั้ง: โครงการ K-park 111/60 หมู่ 2 ถนน มหิดล ต. หนองหอย อ. เมือง จ. เชียงใหม่
เวลาทำการ: 09.30 – 19.00 น. (ปิดทุกวันพุธ) คลินิกรับเฉพาะลูกค้านัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
เบอร์โทรศัพท์: 088 268 2493
LINE Official:@doctoranonclinic
เว็บไซต์:anonclinic.com
