เคยสังเกตไหมครับว่าสิวบางเม็ดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร กลับกลายเป็นรอยดำหรือหลุมสิวถาวรเพียงเพราะเราไปบีบหรือแกะมันด้วยตัวเอง ความจริงแล้ว สิวแต่ละเม็ดมีระยะที่แตกต่างกัน วิธีจัดการสิวอุดตันเม็ดหนึ่งอาจไม่สามารถนำไปใช้กับสิวอักเสบอีกเม็ดหนึ่งได้ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การประเมินว่าสิวเม็ดนั้นอยู่ในระยะไหน และควรเลือกวิธีใดถึงจะเหมาะสมเพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียนโดยทิ้งร่องรอยไว้น้อยที่สุด
เข้าใจระยะของสิวแต่ละประเภท
ก่อนจะตัดสินใจว่าจะกดหรือจะฉีด สิวเกิดจากการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขน โดยความรุนแรงแบ่งออกได้เป็นระยะต่างๆ เช่น
- สิวอุดตัน (Comedones) ระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีการติดเชื้อ แบ่งเป็น
- สิวหัวเปิด (Blackheads) เห็นเป็นจุดสีดำ เกิดจากหัวสิวสัมผัสอากาศ
- สิวหัวปิด (Whiteheads) เห็นเป็นตุ่มนูนสีขาวหรือสีเดียวกับผิว ไม่มีรูเปิด ระยะนี้หากปล่อยไว้และมีแบคทีเรียเข้าไปแทรกซ้อน จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบได้ง่ายมาก
- สิวอักเสบ (Papules/Pustules) ระยะที่มีเชื้อแบคทีเรีย (C.acnes) เข้ามาเกี่ยวข้อง จะเริ่มมีอาการบวมแดง เจ็บ หรือมีหัวหนอง สีขาวขุ่น
- สิวซีสต์หรือสิวหัวช้าง (Cystic Acne) เป็นระยะรุนแรง การอักเสบกินวงกว้างและลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ มักมีขนาดใหญ่ แข็ง และเจ็บมาก ระยะนี้เสี่ยงต่อการเกิดพังผืดและหลุมสิวมากที่สุด
เมื่อไหร่ควรเลือก “กดสิว”
คำถามยอดฮิตที่มักเจอบ่อยๆ คือ “สิวแบบนี้กดได้ไหม?” หลักการง่ายๆ คือ “กดเมื่อมีหัว และไม่มีการอักเสบ”
สิวแบบไหนกดได้บ้าง?
กดสิว เหมาะสำหรับ สิวอุดตัน ทั้งหัวเปิดและหัวปิด ที่หัวสิวเริ่มแข็งตัวและพร้อมจะหลุดออกมา การกดเอาหัวสิวออกจะช่วยลดโอกาสที่สิวเม็ดนั้นจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบในอนาคต
ข้อควรระวัง ในการกดสิว
- ห้ามกดสิวอักเสบเด็ดขาด หากสิวกำลังบวมแดง เจ็บ หรือเป็นหนอง การไปกด บีบ หรือเค้น จะทำให้ถุงหุ้มสิวแตกออกใต้ผิวหนัง เชื้อแบคทีเรียจะกระจายวงกว้าง เปลี่ยนจากสิวเม็ดเล็กให้กลายเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ และทำลายเนื้อเยื่อจนเกิดหลุมสิวได้
- เครื่องมือและความสะอาด การกดสิวต้องใช้เครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน และต้องดูทิศทางของรูขุมขนให้เป็น เพื่อให้หัวสิวหลุดออกมาได้หมดจดโดยไม่ทำลายผิวรอบข้าง หากกดไม่หมด หัวสิวที่ค้างอยู่จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบซ้ำซากได้

เมื่อไหร่ควรเลือก “ฉีดสิว”
สำหรับสิวที่บวมเป่ง แดง และเจ็บ (สิวอักเสบหรือสิวหัวช้าง) การกดสิวไม่ใช่ทางออก แต่พระเอกในระยะนี้คือ การฉีดสิว ยาที่ใช้ฉีดมักจะเป็นยากลุ่มสเตียรอยด์เจือจางในปริมาณที่เหมาะสม ฉีดเข้าไปในตำแหน่งของหัวสิวโดยตรง
กลไกการทำงานของการฉีดสิว
ตัวยาจะเข้าไปลดกระบวนการอักเสบ ลดการบวมแดง และลดความเจ็บปวด ทำให้สิวยุบตัวลงได้รวดเร็วกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว ช่วยลดความเสี่ยงที่สิวจะกัดกินเนื้อเยื่อจนเป็นหลุมลึก
สิ่งที่คนไข้ต้องเข้าใจ
- ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ – การฉีดสิวคือการระงับอาการอักเสบปลายเหตุ เพื่อป้องกันความเสียหายของผิว ไม่ใช่การป้องกันไม่ให้สิวใหม่ขึ้น
- ทักษะและเทคนิคของแพทย์สำคัญมาก – ปริมาณยาและความลึกในการฉีดต้องแม่นยำ หากใช้ยาเข้มข้นเกินไปหรือฉีดตื้นเกินไป อาจทำให้ไขมันใต้ผิวหนังฝ่อตัวชั่วคราว เกิดเป็นรอยบุ๋มลงไปได้ (แม้ส่วนใหญ่จะคืนสภาพได้เอง แต่ก็ต้องใช้เวลาในการรักษา)
ดังนั้น การฉีดสิวควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อประเมินปริมาณยาให้เหมาะกับขนาดของสิวแต่ละเม็ด
เทคโนโลยีเลเซอร์กับบทบาทในการดูแลผิวที่เป็นสิว
นอกจากการกดและฉีดเพื่อจัดการสิวเฉพาะหน้าแล้ว ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลผิวที่เป็นสิวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการลดการกลับมาเป็นซ้ำ และการจัดการกับรอยแดงหรือรอยแผลเป็น
ที่ หมออานนท์คลินิก เชียงใหม่ เราให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงเพื่อลดวงจรสิวซ้ำซาก โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่เราเลือกใช้คือ Sylfirm X Plus
Sylfirm X Plus ช่วยรักษาสิวได้ยังไง?
Sylfirm X Plus นวัตกรรมนี้เป็นระบบ Dual Wave RF Microneedling ซึ่งทำงานต่างจากเลเซอร์ทั่วไป
- ซ่อมแซมรอยต่อชั้นผิว งานวิจัยพบว่าผิวที่เป็นสิวซ้ำซากมักมีรอยต่อชั้นผิวที่ไม่แข็งแรง ทำให้ผิวแพ้ง่ายและอักเสบบ่อย Sylfirm X Plus จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูรอยต่อนี้ให้แข็งแรงขึ้น
- ลดเส้นเลือดเลี้ยงสิว ช่วยจัดการกับเส้นเลือดฝอยผิดปกติที่มาเลี้ยงสิว ทำให้สิวฝ่อตัวลงและลดอาการแดงจากสิว
- กระชับรูขุมขน พลังงาน RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวหน้าดูละเอียดขึ้น ลดโอกาสการอุดตันในระยะยาว
นอกจากนี้ สำหรับใครที่มีปัญหารอยดำ รอยแดง หรือแผลเป็นจากสิว การใช้เครื่องมือกลุ่มเลเซอร์เข้ามาช่วยเสริม จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้รอยจางลงและผิวดูสม่ำเสมอขึ้นได้เร็วกว่าการรอให้หายเองตามธรรมชาติ
(ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sylfirm X Plus ได้ที่:https://anonclinic.com/sylfirm-x/)

ทำไมต้องดูแลสิวกับแพทย์ที่ หมออานนท์ คลินิก
การรักษาสิวไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้สิวยุบไปวันๆ แต่คือการวางแผนระยะยาวเพื่อให้คุณมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น ที่ หมออานนท์คลินิก เชียงใหม่ เราจึงยึดมั่นในมาตรฐานการดูแลที่แตกต่าง
- ดูแลโดยแพทย์ทุกเคส นพ. อานนท์ จารึกพาณิชย์ (ว.37662) เป็นผู้ตรวจประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาด้วยตัวเอง ไม่มีการให้พนักงานขายคอร์สโดยที่แพทย์ไม่ได้วิเคราะห์ปัญหาก่อน
- แก้ปัญหาที่ต้นตอ เราไม่ได้เน้นแค่การกดหรือฉีด แต่เรามองหาปัจจัยกระตุ้นและวางแผนการรักษาแบบองค์รวม เพื่อลดโอกาสที่สิวจะกลับมาเป็นซ้ำ
- เครื่องมือมาตรฐาน อย. ยาและเครื่องมือทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเข็ม ยาฉีดสิว หรือเครื่องในการรักษา เป็นของแท้ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
- ความใส่ใจในความสะอาด เพราะสิวคือเรื่องของการติดเชื้อ เราจึงให้ความสำคัญกับความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์เป็นอันดับหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ทุกคน
การจัดการสิวให้ถูกจุดต้องเลือกวิธีที่สอดคล้องกับระยะของสิว หากเป็นสิวอุดตันการกดออกอย่างถูกวิธีคือทางเลือกที่ดี แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบควรได้รับยาฉีดลดการอักเสบโดยแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ผิวแข็งแรงและลดโอกาสทิ้งรอยแผลเป็น
นัดหมายพบแพทย์ล่วงหน้า หมออานนท์ คลินิก (Anon Clinic)
ที่ตั้ง: โครงการ K-park 111/60 หมู่ 2 ถนน มหิดล ต. หนองหอย อ. เมือง จ. เชียงใหม่
เวลาทำการ: 09.30 – 19.00 น. (ปิดทุกวันพุธ) คลินิกรับเฉพาะลูกค้านัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
เบอร์โทรศัพท์: 088 268 2493
LINE Official:@doctoranonclinic
เว็บไซต์:anonclinic.com
